เรื่องหลอน ทำโอทีโรงพยาบาล เจอดีเข้าให้

เรื่องหลอน ที่คนทำโอที เจอดีเข้าให้ เป็นเรื่องจริงจากรุ่นพี่คนหนึ่งได้เล่าให้ฟัง ก่อนอื่นต้องบอกทุกคนก่อนว่าโรงพยาบาลเกือบทุกแห่งนั้น จะมีแผนกback office คือแผนกฝ่ายบัญชี ฝ่ายบุคคล ฝ่ายการตลาด เป็นต้น ที่ทำงานเหมือนกับงาน office ทั่วไป โดยส่วนใหญ่มักจะอยู่ชั้นบนสุดของตึกโรงพยาบาล

ทำโอทีจนเจอดีเข้าให้

ซึ่งรุ่นพี่ที่มาเล่าประสบการณ์ให้ฟังมีชื่อว่า พี่เจ พี่แกเคยทำงานในฝ่ายบัญชีของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว พี่เจเล่าว่าการทำงานของโรงพยาบาลนั้นสามารถทำโอทีในวันหยุดได้ ซึ่งพี่เจมีเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน ชื่อว่า พี่นาง ทั้งสองสนิทกันมาก ๆ ชอบนัดกันมาทำงานโอทีบ่อยครั้ง

พี่เจได้เล่าลักษณะ back office ของโรงพยาบาลแห่งนี้ว่า ตั้งอยู่ชั้นบนสุดของตึกโรงพยาบาล ซึ่งลิฟท์ของตัวตึกจะสิ้นสุดแค่ชั้นก่อนถึงออฟฟิศที่พี่เจทำงาน จำเป็นจะต้องเดินขึ้นบันไดไปอีกชั้น และภายในoffice นั้นก็จะเหมือนสำนักงานบริษัททั่วไป ที่มีการแบ่งออกเป็นฝ่าย ๆ และมีห้องประชุมสำหรับใช้การประชุมสัมมนา

รวมไปถึงห้องผู้บริหารของโรงพยาบาลด้วย มีการเปิด-ปิดประตู ตามเวลาทำการเหมือนกับ office ทั่วไป ซึ่งจะรู้กันว่าหลัง 6 โมงเย็นจะไม่มีพนักงานคนไหนอยู่เลย นอกจากแม่บ้านที่เตรียมปิดประตูเท่านั้น อยู่มาวันหนึ่งพี่เจกับพี่นางได้นัดกันทำโอทีในวันหยุด  โดยวันนี้ทั้งoffice มีพี่เขาอยู่กันแค่ 2 คนเท่านั้น เมื่อเวลาประมาณบ่าย 3โมงเย็น ในขณะที่นั่งทำงานอยู่ พี่เจได้เห็นพนักงานเสิร์ฟอาหารของโรงพยาบาล

ทำโอทีจนเจอดีเข้าให้

ชื่อว่า น้องเมย์ ได้เดินขึ้นมา และเดินผ่านประตูทางเชื่อมต่อไปยังอีกตึก ซึ่งประตูนี้จะไม่มีการเปิดให้ใช้บริการในวันหยุด เมื่อพี่เจเห็นว่า น้องเมย์เดินผ่านไปที่ประตูสักพักหนึ่งแล้ว จึงเกิดความสงสัย เลยเดินตามไป พอถึงตรงประตูทางเชื่อม  พี่เจกลับไม่เจอใคร พี่เจจึงลองเปิดประตู แต่ประตูก็เปิดไม่ได้ คาดว่าประตูน่าจะปิดไว้ เนื่องจากวันนั้นเป็นวันหยุดไม่มีการเปิดประตูให้ใช้บริการในวันนั้น ทำให้เกิดความสงสัยมากกว่าเดิมว่าน้องเมย์เดินผ่านไปได้อย่างไร

พี่เจรีบโทรไปหาหัวหน้าโภชนาการทันทีว่า ได้ให้น้องเมย์ขึ้นมาข้างบนoffice หรือไม่ เสียงปลายสายของหัวหน้าโภชนการ แจ้งว่าวันนี้น้องเมย์ ไม่ได้มาทำงาน ทำให้พี่เจตกใจมาก แล้วเกิดความสับสนว่าสิ่งที่เห็นคืออะไร เพราะรูปร่างหน้าตาและการสวมใส่เสื้อผ้านั้น เหมือนกับน้องเมย์มาก หลังจากวางสายไปสักพักหนึ่ง พี่เจและพี่นางก็ได้ยินเหมือนคนกำลังกดคีย์บอร์ดพิมพ์งานในคอมพิวเตอร์อยู่อีกโซนหนึ่งที่ไม่ไกลจากโต๊ะทำงานของพี่เจและพี่นางมากนัก

พี่เจและพี่นางจึงตัดสินใจเดินไปดู แต่ทว่ากลับไม่พบใคร ทำให้ทั้งสองรู้ได้ทันทีว่าคืออะไร จึงรีบเดินออกจากห้องทำงาน และรีบเปิดประตูลงมาข้างล่างอย่างรวดเร็ว ซึ่งตั้งแต่วันนั้นมาพี่เจและพี่นางก็ไม่กล้าที่จะเข้ามาทำโอทีในวันหยุดอีกเลย ยกเว้นก็ต่อเมื่อมีเพื่อนร่วมงานมาทำโอทีหลายคน ถึงจะเข้ามาทำด้วย ถือได้เป็นประสบการณ์หลอนอย่างมากสำหรับพี่เจและพี่นางเลยกับเรื่องนี้ ทำโอที เจอดีเข้าให้