สุสานโสเภณี จังหวัดกาญจนบุรี

สุสานโสเภณี

สุสานโสเภณี จ.กาญจนบุรี ขอขอบคุณภาพจาก pantip.com

สถานที่น่ากลัวแหล่งสุดท้าย คงไม่มีใครไม่เคยได้ยินโดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบและสนใจในเรื่องลี้ลับ สุสานโสเภณี จังหวัดกาญจนบุรี เคยเป็นสถานที่ให้ความบันเทิงกับผู้ชายหลายต่อหลายคน เมื่อครั้งอดีตนานมาแล้ว ก่อนที่จะเป็นสถานที่สุดเฮี้ยนที่ติดอันดับประเทศของไทยมาหลายยุคหลายสมัย

          ตำนานของสถานที่น่ากลัวแห่งนี้ตั้งอยู่ในตำบลท่าล้อ ซอย 9 อำเภอท่าม่วง ในอดีต สถานที่แห่งนี้เปิดเป็นสถานที่บริการทางเพศให้ผู้ชายเข้ามาหาความสำราญทางเพศ แต่ผู้หญิงที่อยู่ในซ่องโสเภณีแห่งนี้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะเต็มใจเข้ามาอยู่และขายบริการ ซึ่งก็มีผู้หญิงหลายคนที่ถูกหลอกมาขายบริการ บ้างก็ถูกขายมาอีกทอดหนึ่ง

มีทั้งผู้หญิงไทยและผู้หญิงจากประเทศเพื่อนบ้าน ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านในละแวกนั้นเล่าว่า สถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีแต่เฉพาะผู้ชายทั่ว ๆ ไปมาใช้บริการ แต่ยังมีพวกนายทุนเจ้าของธุรกิจ พวกข้าราชการ ไปจนถึงชนชั้นกรรมกร คนถีบสามล้อในสมัยนั้นต่างก็มาใช้บริการกับผู้หญิงในสถานบันเทิงแห่งนี้

เมื่อมีคนเข้ามาเที่ยวมากขึ้นกันอย่างต่อเนื่องทุกวัน ทำให้หญิงสาวเหล่านั้นแทบจะไม่ได้นอนพักกันเลยทีเดียว และถ้าหากพวกเธอคิดจะฝ่าฝืน หรือขัดขืนไม่ยอมทำงานก็จะโดนทำร้ายร่างกาย และถูกข่มขู่ให้ค้ากาม ถ้าขืนคิดสู้ก็จะถูกซ้อมจนตาย บ้างก็ติดโรคร้ายแรงทางเพศเสียชีวิต บ้างก็ท้องและถูกบังคับให้ทำแท้งตกเลือดจนเสียชีวิตก็มี

          เมื่อกาลเวลาผ่านไป ซ่องโสเภณีแห่งนี้ก็ได้ปิดตัวและล้างลงชาวบ้านแถวนั้นต่างก็ร่ำลือถึงผู้หญิงที่เสียชีวิตและเด็กทารกจำนวนมากที่ถูกทำแท้งนับไม่ถ้วน จนเรียกขานกันปากต่อปากว่า สุสานโสเภณี โดยลักษณะโครงสร้างของสถานที่น่ากลัวแห่งนี้ ทางเข้าจะเป็นรั้วโบกด้วยปูนขนาดประมาณ 150×200 เมตร และมีประตูเหล็กขนาดใหญ่เสริมด้วยประตูเล็กที่สามารถเดินลอดเข้าไปได้อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งเป็นโครงสร้างที่มีความสลับซับซ้อนเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังไม่ซับซ้อนเท่าด้านใน ที่เมื่อเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ ก็จะพบกับห้องที่แบ่งเป็นโซน ๆ เป็นชั้น ๆคาดว่าเป็นตู้ที่ให้ผู้หญิงมานั่งโชว์ให้ผู้ชายได้เลือก และยิ่งเดินลึกเข้าไปอีกก็จะพบกับห้อง ๆหนึ่งที่คาดว่าจะเป็นห้องที่เอาไว้ขังผู้หญิง หรือเอาไว้ทำโทษพวกเธอเรียกว่าห้องมืด และด้านในสุดจะเป็นห้องที่ไว้ใช้หลับนอนเพื่อขายบริการ แบ่งเป็นห้องเล็ก ๆ ทั้งฝั่งซ้ายและขวารวมกันกว่า 20 ห้อง ซึ่งทุกวันนี้ยังคงมีข้าวของเครื่องใช้ของพวกเธอในสมัยนั้นหลงเหลือให้ได้เห็นกันอยู่จนทุกวันนี้